วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ตาม Instagram ไปกินแบบ Vintage!! - โดย Janio (( ร้าน Baan Dinso ))

เขียนโดย ShopOwner Its'Me ที่ 20:14 0 ความคิดเห็น



“บ้านดินสอ” โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ “โคโรเนียลสไตล์” (สถาปัตยกรรมตะวันตก ผสมความเป็นไทย) ซึ่งเป็นบ้านดั้งเดิมในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ปัจจุบันหายากเต็มที โดยทางบ้านดินสอ ก็ยังคงโครงสร้างหลักของยุคก่อนไว้อย่างครบถ้วน ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งความคลาสสิกในแบบต้นกำเนิด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบความอาร์ทและงานศิลป์!



ฉู่ฉี่กุ้ง (100 บาท) ทีเด็ดกด Like ต้องยกให้เครื่องแกงสูตรเฉพาะ ที่ทั้งหอมและร้อนแรงแบบพอดี ผสานกับน้ำตาลปี๊บแท้ 100% จากเพชรบุรี ยิ่งเพิ่มดีกรีความอร่อยไปหลาย Level

ผัดไทกุ้งสด (65 บาท)
 ลูกค้าหลายคนต่างติดใจในเส้นผัดไทของที่นี่ ซึ่งจะเหนียวนุ่มชุ่มฉ่ำไม่แห้งผากเหมือนร้าน อื่นๆ โดยแนะนำให้ทานร้อนๆ ที่ร้านเพื่ออรรถรสสมบูรณ์แบบ

ผัดกะเพรา (50 บาท)
 เมนูบ้านๆ แต่รสชาติไม่บ้านตาม เพราะเค้าคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดีนำมาเป็นเครื่องปรุง ไฮไลท์คงเป็นการใช้น้ำสต็อก (น้ำซุปต้มกระดูกหมู) นำมาผัดกระทั่งได้รสชาติหวานหอม กลมกล่อม จนกลายเป็นจานเด็ดของร้านไปโดยปริยาย


                         (Photo : Baan Dinso)


- นอกจากอาหารอร่อยๆ บริการหลักของ “บ้านดินสอ” ก็คือเรื่องที่พักในสไตล์ Hostel ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การันตีเรื่องความสะอาด แถมราคาก็ไม่แพงอีกด้วย

- ความโดดเด่นของที่พัก “บ้านดินสอ” ไม่ได้มีชื่อเสียงเพียงในประเทศไทย แต่ยังดังไกลถึงในระดับโลก จนได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย (ผ่านการการันตีจากผู้เข้าพัก และสถาบันที่มีชื่อเสียง)  ไม่ว่าจะเป็นรางวัลจาก hihostelling, Trip Advisor, Thailand Boutique Award เป็นต้น

- โดยทำเลที่ “บ้านดินสอ” ตั้งอยู่คือย่าน “ตรอกศิลป์” ที่มีความเก่าแก่และคลาสสิกของบ้านเรือนส่วนใหญ่ ที่ยังคงสไตล์โบราณอย่างไม่เปลี่ยนแปลง แนะนำให้เดินเล่นดูจะได้พบกับสถาปัตยกรรมอาร์ทๆ ทรงคุณค่า และมีร้านอาหารเก๋าๆ ให้ลองชิมอยู่หลายเจ้าทีเดียว

- ซึ่งคุณ “นิธิ” ผู้จัดการบ้านรูปหล่อ นิสัยดี เล่าให้ฟังว่าเมื่อไม่นานมานี้มีทีมงาน National Geographic ของต่างประเทศเดินทางมาเก็บข้อมูลละแวก “ตรอกศิลป์” พร้อมบอกว่า “ย่านนี้คือแหล่งที่มีบ้านเรือนสไตล์โคโรเนียล ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อยู่เยอะที่สุดในโลก” (กว่า 70 หลัง) เจ๋งมว๊ากก!!!





คาราวะให้กับบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัว เหมาะกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ที่สำคัญห้องน้ำที่นี่สะอาดมากๆ อีกสิ่งที่ประทับใจจนต้องซูฮกคือสถาปัตยกรรมของทั้งตัวบ้านและย่านในละแวกนี้ ซึ่งให้อารมณ์คลาสสิก โบราณในแบบ Original Version ใครชอบอะไรอาร์ทๆ แนะนำให้มาลองสัมผัส เชื่อว่ามีประทับใจแน่นอน!


“บ้านดินสอ” ตั้งอยู่ในตรอกศิลป์ ถนนดินสอ (ย่านเสาชิงช้า ใกล้ร้านมนต์นมสด) ใครที่ขับรถมาที่นี่ไม่มีที่จอดนะครับ แนะนำให้ไปจอดที่วัดราชนัดดา (ใกล้ภูเขาทอง) 30 บาท จอดได้ทั้งวัน โดยในส่วนร้านอาหารเปิดให้บริการวันจันทร์ - เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 16.00 น.  โทร. 02-622-0560 

~ คลิ๊กดูรีวิวและรายละเอียดร้านเพิ่มเติม ~


วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ตาม Instagram ไปกินแบบ Vintage!! - โดย Janio (( ร้าน Coffee Model ))

เขียนโดย ShopOwner Its'Me ที่ 16:55 0 ความคิดเห็น
หนึ่งในพิธีกรรมก่อนรับประทานอาหารสำหรับคนยุคปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นการหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแชะๆ แล้วแชร์ให้มายเฟรนด์ในโลกโซเชียลได้ยลโฉม โดยเฉพาะเจ้าแอพแต่งภาพ Instagram ที่ยังได้รับเสียงกรี๊ดอย่างไม่สร่างซา ด้วยลูกเล่นง่ายๆ ระดับสมัครเล่น แต่ผลลัพธ์กลับออกมาราวกับมืออาชีพ! แถมยังมีดาราคนดังทั้งในประเทศไทย และระดับโลกเล่นกันอีกเพียบบบ...(แล้วจะไม่ให้ฮิตยังไงไหว)

อีกหนึ่งจุดเด่นของ  Instagram ที่ทำให้หลายคนเลิฟ จนปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดหลายล้านครั้ง คงเป็นฟังก์ชั่น ที่สามารถแต่งภาพให้ออกมาดูอาร์ทสุดๆ ดังนั้น PaiNaiDii Diary จึงจัดให้ตามกระแส! ด้วยการพาไปหม่ำของอร่อย ในร้านเก๋ไก๋สไตล์วินเทจ ที่มีทั้งบรรยากาศแห่งความคลาสสิกและมุมสวยโดนใจ ให้เก็บภาพด้วย Instagram กันอย่างเต็มเหนี่ยว ถ้าพร้อมแล้วเชิญกระดิกนิ้วชี้เลื่อน Scroll Bar ลงไปดูกันได้เลย...

ตาม Instagram ไปกิน แบบ Vintage!!






ร้าน Coffee Model เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ ทั้งจากรอยยิ้มสาวน้อยเจ้าของร้าน (น้องเอ๋ย) และคุณพ่อผู้แสนใจดี รวมถึงพนักงานที่น่ารักซึ่งพร้อมจะมอบความเป็นกันเองให้คุณสบายใจ ด้านการตกแต่งก็ผสมผสานทั้งอารมณ์วินเทจ, เรโทร และคลาสสิก โดดเด่นด้วย Props เก๋ๆ ที่ประดับอยู่เต็มร้าน ทั้งภาพงานศิลปะ, ของเล่น, โมเดลเก่า, แผ่นเสียง, ของหายาก ฯลฯ  โดยพื้นที่ร้านค่อนข้างกว้างขวาง มีที่นั่งให้เลือกทั้งโซนห้องแอร์ หรือนั่งละเลียดกาแฟท่ามกลางสวนไอเดียแจ่ม!




เมนูแนะนำเริ่มด้วย “Capuchino” (60 บาท) กาแฟหอมกรุ่นละมุนจมูกจากกลิ่นวนิลลาชั้นดี มาพร้อมฟองนมพองฟู เนื้อเนียนนุ่มลิ้น ที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ! “Honey Lemon” (70 บาท) เหมาะจริง จริ๊ง กับหน้าร้อนที่อากาศโหดร้าย เพราะคุณจะได้ความสดชื่นจากมะนาว และกลิ่นหอมของน้ำผึ้ง รับรองว่างานนี้มีหายเหนื่อย “Espresso” (60 บาท) แนะนำให้สั่งแบบเวอร์ชั่น “เย็น เข้ม” อันเป็น Trade Mark สำหรับคอคาเฟอีนชาวไทย ที่นิยมสั่งกาแฟรสเข้ม ราดด้วยนมข้นอยู่ข้างบน


ถัดจากเครื่องดื่มมาที่เมนูโฮมเมดเบเกอรี่ ต้อง “Brownie” (ชิ้นละ35 บาท) อ้าม! เหมาะๆ กับขนาดพอดีคำ ของบราวน์นี่เนื้อนิ่มที่ให้รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ไม่หวานจนเกินไป “Crape Cake” (65 บาท) เครปเนื้อนุ่มทีเด็ดอยู่ที่ซอสตรอเบอร์รี่ ซึ่งทำจากผลสตรอเบอร์รี่สด จึงให้รสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ตัดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี “Coconut Cake” (60 บาท) สัมผัสความหอมหวานจากมะพร้าวอ่อนสดใหม่ แต่ไม่เลี่ยน แถมยังได้ความกรุบรอบจากเนื้อมะพร้าว


แถมบางวันยังมีเมนคอร์ส เช่น “มัสมั่นไก่” (90 บาท) คัดเนื้อส่วนอกไก่อวบแน่น ปรุงรสด้วยสูตรต้นตำรับแบบโบราณ เครื่องเยอะ รสชาติไม่เผ็ดร้อน จะทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมปังก็อร่อยได้เหมือนกัน ปิดท้ายด้วยเมนู “ไก่อบ” (80 บาท) เสิร์ฟกันในสไตล์สเต็กที่เน้นเนื้อไก่ระดับคุณภาพ เคียงคู่มันบดร้อนๆ เติมความจัดจ้านด้วยน้ำจิ้มแจ่วสูตรเฉพาะของทางร้าน รับรองว่าแซ่บเวอร์!

- สำหรับคนที่ติดใจในเครื่องดื่มอร่อยๆ จนอยากจะติดสอยกลับบ้าน ทาง Coffee Model ก็มีบริการจำหน่ายแบบใส่ขวด(สั่งรสชาติได้ตามต้องการ) โดยคิดเพิ่มจากราคาปกติเพียง 5 บาท และถ้าเอาขวดเปล่ามาแลกก็จะได้รับส่วนลด 10 บาท อีกด้วย!

- ใครที่หลงใหลเพลงยุคเก่าหรือประทับใจในเสน่ห์ของแผ่นเสียง ที่ร้านก็มีจำหน่ายแถมยังมีลำโพงเจ๋งๆ ให้เลือกสรร การันตีคุณภาพโดย “คุณวิทย์” (คุณพ่อน้องเอ๋ย)  เจ้าของร้านแผ่นเสียงระดับแนวหน้าของเมืองไทย

- หากถูกใจในบรรยากาศจนอยากมาจัดงาน ที่ร้าน Coffee Model ยินดีรับจัด Event และเป็นสถานที่ถ่ายภาพ Pre-Wedding (แต่ต้องแจ้งล่วงหน้ากันก่อนนะขอรับ)



นอกจากเครื่องดื่มอร่อยๆ สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจทันทีที่เดินเข้ามาถึงคือ “มิตรภาพและความเป็นกันเอง” ที่ทางร้านมอบให้ ทำให้ลูกค้าอย่างเรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่เกร็ง แนะนำอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยากหาร้านนั่งสบายๆ ต้องไม่พลาด!!


ร้าน Coffee Model ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ ระหว่างซอยประดิพัทธ์ 12 และ 14 (อยู่ติดถนนใหญ่ ตรงข้ามคอนโดลุมพินีเพลส) เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 22.00 น. โทร. 081-812-5973, 083-256-4141 










วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Burger Factory โรงงานเบอร์เกอร์ทำมือแสนอร่อย

เขียนโดย ShopOwner Its'Me ที่ 00:21 0 ความคิดเห็น

Burger Factory
Burger Factory

Burger Factory

โรงงานเบอร์เกอร์ทำมือแสนอร่อย


Burger Factory โรงงานเบอร์เกอร์ทำมือสุดชิค ที่เกิดจากกลุ่มเพื่อน 4 คน ที่หลงใหลและชื่นชอบเบอเกอร์ในสไตล์แบบอเมริกา ไม่ว่าจะไปแวะเวียนลิ้มลองที่ไหน ก็ไม่รู้สึกถูกใจสักที เลยเกิดไอเดียที่จะเปิดร้านเบเกอร์ในสไตล์แบบที่ตัวเองชื่นชอบ และที่สำคัญอยากให้คนไทยได้มีโอกาสลิ้มลองรสชาติในแบบดั้งเดิม และเต็มไปด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพ


เมื่อก้าวเข้ามาในร้าน ต้องบอกว่าในร้านสร้างบรรยากาศเหมือนเรากำลังก้าวเข้ามาในโรงงานจริงๆ ซึ่งทางร้านได้จำลองภาพโรงงานที่ยุโรปตอนกลาง ในช่วงทศวรรตที่ 1900-1920 และวันสดุที่นิยมกันในช่วงนั้นก็คือเหล็ก เรียกได้ว่าเป็นที่มาของสไตล์การตกแต่งของร้านนี้เลย เพราะที่ร้านเน้นโครงสร้างและความแข็งแรงของเหล็กมาช่วยในการตกแต่ง จึงทำให้ดุเท่ในแบบเรียบๆ


สิ่งแรกที่พบหลังจากเปิดประตูเข้ามาก็คือ open kitchen ที่ให้ลูกค้าได้เห็นขั้นตอนในการทำกันแบบสดๆ นับตั้งแต่การบดเนื้อสดใหม่ทุกวัน แถมยังคัดสรรแต่เนื้อที่ใช้ทำเสต็ก โดยไม่ใช้เศษเนื้อที่เหลือมาบดรวมกัน และใช้เนื้อจากฟาร์มในออสเตรเลียที่เลี้ยงด้วยหญ้าเท่านั้น รับประกันได้เลยว่าไม่มีสารเร่งเนื้อปะปน นอกจากจะคัดสรรและย่างเนื้อให้หอมสุดๆ แล้ว เพื่อความเพอร์เฟคทางร้านเลือกที่จะทำขนมปังเอง และนำไปอบทุกวันในตอนเช้า เพื่อให้ได้ขนมปังมีความสดหอมกลิ่นเนย นิ่มในแบบพอดี


อ่านถึงบรรทัดนี้เริ่มอดใจกันไม่ไหวแล้วละสิ งั้นเราไปดุเมนูที่ทางร้านจัดกันมาแบบเต็มๆ ดีกว่าเริ่มจากเบเกอร์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่ร้านกับ The Factory Burger (290 บาท) เบเกอร์ชีสเบอร์เกอร์เนื้อชิ้นโต ที่ส่งกลิ่นหอมมาตั้งแต่ยังไม่ถึงโต๊ะ โรยหน้ากันมาแบบต็มๆ กับหัวหอมที่นำไปผัดจนได้รสหวานนิดๆ จากตัวของหัวหอมเอง กลิ่นหอมบวกเข้ากับความอร่อยของเนื้อย่าง ผสมผสานกับขนมปังที่แสนนุ่มและส่วนประกอบทุกอย่างที่ลงตัว ต้องขอยกนิ้วให้เลย


เอาใจคนไม่ทานเนื้อกันบ้างกับ Grilled Salmon Burger (300 บาท) ทั้งอร่อยและได้สุขภาพ กับเนื้อปลาแซลมอนสด ที่นำมาทำจนออกมาในรสชาติที่แสนอร่อย เคียงคู่มากับ tartar sauce สูตรเฉพาะของทางร้าน สำหรับสาวๆ ที่ชอบ low-carb สามารถเปลี่ยนจากแป้งขนมปัง เป็นเบอร์เกอร์ห่อด้วยผักกาดแก้วแทนได้ ด้วยนะคะ ถูกใจสาวๆ กลัวอ้วนแบบเราซะจริงๆ


นอกจากเบเกอร์จะอร่อยสมกับคอนเซ็ปต์แล้ว เมนูอื่นๆ ของที่ร้านนนี้ก็อร่อยไม่แพ้กันนะคะ เมนูคลาสสิคอย่าง Classic Ceasar Salad (150 บาท) สลัดที่เน้นแต่ผักปลอดสารพิษ แถมยังสดกรอบคลุกเคล้ากับน้ำสลัดแสนอร่อย เริ่ดมากคะ


หรือจะเป็นของทานเล่นรองท้อง ทานเพลินๆ กันทั้งคืนอย่าง Crispy Sticky Wings (165 บาท) น่องไก่กับเนื้อที่กรอบนอกนุ่มใน เข้มข้นด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้านที่ให้รสชาติไปจนถึงตัวเนื้อข้างใน เมนูนี้ห้ามพลาดกันเลยนะคะ ใครที่มาร้านแล้ว ต้องสั่งกันทุกโต๊ะ


และที่พลาดไม่ได้อย่างแรงก็คือ BBQ Rib (300 บาท) ซี่โครงหมูชิ้นโตย่างพร้อมด้วยซอสสูตรพิเศษ ที่ให้รสชาติกลมกล่อมโดนใจมาก เนื้อนุ่มกำลังดี หอมน่าทานเป็นที่สุด ถ้าไม่ห่วงสวยแนะนำให้ใช้มือทานเลยคะ ได้อารมณ์มากๆ


นอกจากจะมีเมนูแสนอร่อยเยอะแยะแล้ว ในส่วนของเครื่องดื่มก็ยังมีให้เราเลือกหลากหลายโดยเฉพาะเบียร์ที่บางยี่ห้อมีแหล่งที่มาที่น่าสนใจ หาดื่มยากในเมืองไทย แต่จะเป็นอะไรนั้นต้องไปหาคำตอบกันเองภายในร้านนะจ๊ะ หรือจะเป็น mocktail แสนเปรี้ยวแบบไม่มีแอลกฮอลล์อย่างFrozen Mojito Mocktail (120 บาท) ที่หวานเปรี้ยวดื่มแล้วรู้สึกกระปรี้กระเปร่าชื่นใจมากๆ


หรือจะมาเพิ่มความแรงกันอีกนิดกับ Blue Hawaii (200 บาท) เหมาะกับสาวๆ ที่ชอบเครื่องดื่มแบบเบาๆ หวานนุ่ม ลื่นคอ นั่งจิบกันได้สวยๆ ทั้งคืน รสชาติกลมกล่อมมาก


เอาเป็นว่า Burger Factory เป็นร้านอาหารที่เราต้องขอปรบมือให้กบความอร่อย และความพิถีพิถันใส่ใจในเรื่องของคุณภาพต่างๆ แนะนำเลยนะคะสาวๆ ร้านที่มีคุณภาพแบบนี้แถมราคาก็สมน้ำสมเนื้อ ที่สำคัญยัอร่อยอีกด้วย บอกได้เลยว่าไม่ควรพลาดเป็นอันขาด


Burger Factory
เอกมัยช้อปปิ้งมอลล์ เอกมัยซ.10
โทร.02-714-4249-50
 

กินทั้งวัน Template by Ipietoon Blogger Template | Gift Idea